วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เจ็ต ลี ซูเปอร์ สตาร์ ผู้สร้างปาฏิหาริย์ผ่านเงินหนึ่งหยวน




เจ็ต ลี

ซูเปอร์ สตาร์ ผู้สร้างปาฏิหาริย์ผ่านเงินหนึ่งหยวน

................................



ในโลกนี้ มีใครกี่คนที่ไม่อยากรวยเป็นมหาเศรษฐี แต่เมื่อรวยล้นฟ้าเป็นมหาเศรษฐีแล้ว มีมหาเศรษฐีกี่คนที่มีความสุข มีเกียรติคุณ มีชีวิตซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนร่วมยุคสมัย คนรุ่นหลัง ตลอดถึงเป็นที่จดจำ เล่าขาน กลายเป็นตำนานที่คนทั้งชื่นชมและเอ่ยอ้างถึงได้อย่างภาคภูมิใจข้ามกาลเวลา

ตลอด ประวัติศาสตร์อันยาวนานของมนุษยชาติ มีมหาเศรษฐีเกิดขึ้นมาในโลกนี้แล้วมากมาย แต่มหาเศรษฐีที่ได้รับการจดจำกลับมีเพียงไม่กี่ราย เช่น

อัลเฟรด โนเบล ผู้สละเงินก้อนมหาศาลก่อตั้งรางวัลโนเบลจนกลายเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดสำหรับมนุษยชาติ

แอนดรู คาร์เนกี ผู้ สละสินทรัพย์หลายพันล้านสร้างห้องสมุดกว่า ๒๐๐ แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา จนมีชื่อปรากฏอยู่ในสารานุกรมระดับโลกแทบทุกฉบับในฐานะเป็นพระผู้ให้แสง สว่างแก่อนุชน

จอร์ห์น ดี ร็อกกี เฟลเลอร์,บิล เก็ตส์,วอเร็น บัฟเฟ็ต, บรูโน,แบร็ต พิต,แองเจลิน่า โจลี ฯลฯ เขาเหล่านี้ล้วนเป็นมหาเศรษฐี ที่โลกเป็นหนี้บุญคุณ และกำลังถูกจับตามองด้วยสายตาชื่นชมในวิธีปฏิบัติต่อทรัพย์สินอันมหาศาลของตนอย่างชาญฉลาด

น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในบรรดารายชื่อของมหาเศรษฐีผู้เป็นคนรวย จนเกินกว่าที่ชีวิตเล็กๆ ชีวิตหนึ่งจะต้องกิน จะต้องใช้ จะต้องสะสม ทว่ายังคงมี “หัวใจแห่งความเป็นมนุษย์” ระดับโลกทั้งหลาย เริ่มมีรายชื่อของมหาเศรษฐีใหม่คนหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างโดดเด่น เจิดจรัส เป็นที่จับตามองด้วยความรู้สึกชื่นชม โมทนา และน่ายินดียิ่งไปกว่านั้นตรงที่เขาเป็นคนเอเชียซึ่งเราคนไทยรู้จักเขาเป็นอย่างดีมาค่อนข้างยาวนาน เป็นความยาวนานจนมากพอที่จะทำให้เรารู้สึกว่า เขาเป็นคน “บ้านใกล้เรือนเคียง” กับเรานี่เอง

มหาเศรษฐีผู้มีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์คนนั้นชื่อ “เจ็ต ลี”

เขาคือ “เจ็ต ลี” ซูเปอร์สตาร์นักบู๊ชาวจีน ผู้ ฝากผลงานไว้ในโลกภาพยนต์จนกลายเป็นบุคคลระดับตำนานทั้งฝั่งเอเชียและฝั่ง ตะวันตกอย่างฮอลลีวู้ดไม่น้อยไปกว่าซูเปอร์สตาร์รุ่นพี่ เช่น บรู๊ซ ลี, เฉินหลง,โจว เหวิน ฟะ,กงลี่ เขาเหล่านี้คือดาวค้างฟ้าในวงการบันเทิงโลก แต่เจ็ท ลี ไปไกลกว่านั้น นั่นคือ เขากำลังมีโอกาสเป็น “ดวงดาวแห่งแรงบันดาลใจ” ที่อาจสุกสกาวอยู่ในใจของใครต่อใครอีกหลายคนในระยะยาว และไม่ใช่แค่ในเอเชียเท่านั้น แต่อาจหมายถึงในระดับสากลทั่วโลก

นิตยสารรีดเดอร์ ไดเจสท์ (Readers Digest) ซึ่งมีผู้อ่านทั่วโลกไม่น้อยไปกว่านิตยสารชื่อดังอย่างแนชัลนัล จีโอกราฟฟิค หรือไทม์ ฉบับเดือนมกราคม ยกย่องให้เจ็ต ลี เป็น “บุคคลแห่งเอเชีย ประจำปี ๒๕๕๒”

ทำไมซูเปอร์สตาร์อย่างเจ็ต ลี จึงกลายเป็นบุคคลแห่งปีของเอเชียในสายตาของรีดเดอร์ ไดเจสท์ รายงานพิเศษจากหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเขียนโดย “ซอนยา โคเลสนิคอฟ-เจสซอพ” บอก เล่าถึงแรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของเขา พร้อมทั้งบทบาทใหม่ของซูเปอร์สตาร์ใจบุญคนใหม่ของโลกดังต่อไปนี้



“ขณะประคองร่างของเจน ลูกสาววัยสี่ขวบให้ลอยตัวอยู่เหนือคลื่นยักษ์ เจ็ต ลี ตะโกนให้คนมาช่วยพี่เลี้ยงซึ่งกำลังอุ้มเจดา ลูกสาววัยหนึ่งขวบของเขา ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ฉากในภาพยนตร์บู๊ระทึกใจ แต่เป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดกับประชาชนหลายล้านคนทั่วเอเชียรวมทั้ง เจ๊ต ลี จากมหันตภัยสึนามิเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗

นักแสดงบู๊ชื่อดังได้ไปพักผ่อนที่เกาะมัลดีฟส์พร้อมภรรยา และลูกสาวสองคน ตลอดจนพี่เลี้ยงเด็ก เช้าวันอาทิตย์ เวลา ๑๐.๐๐ น. เศษขณะเจ็ต ลี ยืนอยู่ริมสระน้ำที่โรงแรมโฟร์ซีซันพร้อมจะพาลูกสาวตัวน้อยวิ่งถลาลงสู่ทะเลด้วยความตื่นเต้น ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว ทันทีที่เขากับพี่เลี้ยงรีบคว้าตัวเจนกับเจดา และหันหลังวิ่งกลับไปที่โรงแรม ตอนนี้ ระดับน้ำท่วมหลังเท้าแล้ว พริบตาเดียวน้ำสูงขึ้นมาถึงเอวและระดับคางในที่สุด

เจ็ต ลียกร่างเจนขึ้นใส่บ่า แต่ด้วยความชุลมุนทำให้เจดากับฟี่เลี้ยงพลัดหลุดมือขณะทั้งสี่ถูกกระแสน้ำซัดเข้าสู่อาคารโรงแรม เขาตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างไม่คิดชีวิต ผู้เห็นเหตุการณ์สี่คน กระโดดลงไปคว้าร่างเจดากับพี่เลี้ยงไว้ได้ก่อนจะถูกกระแสน้ำกลืนหายไป จากนั้นเจ็ต ลี รวบรวมเรี่ยวแรงเดินกลับเข้าโรงแรมเพื่อไปหาภรรยา ซึ่งปลอดภัยอยู่ในห้องพัก

“เมื่อคลื่นยักสลาย ทุกอย่างก็เลวร้าย” เจ๊ต ลีกล่าว “ไฟดับ การติดต่อสื่อสารใช้การไม่ได้ ยกเว้นโทรศัพท์ระบบดาวเทียมของโรงแรม เจ้าหน้าที่ประกาศว่าเรามีน้ำดื่มเพียงพอสำหรับห้าวันและอาหารแค่สามวัน”

ครอบครัวของนักแสดงชื่อดังกับแขกคนอื่นๆ ที่เสียขวัญพอกัน ต้องนอนรวมกันในห้องรับแขกของโรงแรม ขณะภรรยากับลูกนอนหลับ เขาลุกขึ้นนั่งและตรึกตรองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

“ตลอด ๔๑ ปีที่ผ่านมา ผมคิดแต่เรื่องสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง เจ็ต ลี ต้องเป็นที่หนึ่ง แต่ตอนนี้ ผมเริ่มคิด ต่อให้มีอำนาจหรือชื่อเสียงโด่งดังแค่ไหน บางครั้งก็ช่วยอะไรเราไม่ได้ ผมเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตรวมทั้งสิ่งที่ผมต้องการทำ”

http://www.bloggang.com/data/zunzero/picture/1197566353.jpg



วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑

อิงฮวาเป็นหนึ่งในหลายเมืองมณฑลเสฉวน ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด ๘.๐ ริกเตอร์ ผู้เสียชีวิตเกือบ ๗๐.๐๐๐ คน ที่อิงฮวา อาคารแทบทั้งหมดพังระเนระนาด หลังเกิดเหตุภัยพิบัติหกวัน วันนี้ตามท้องถนนเต็มไปด้วยทหารอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย และบรรดาผู้รอดชีวิตที่จิตใจย่ำแย่ เจ็ต ลี ซึ่งสวมหมวกแก็ปสีกรมท่าปิดหน้าไว้อย่างหมิ่นเหม่ช่วยขนกล่องสิ่งของบรรเทาทุกข์ลงจากหลังรถบรรทุก ในกล่องเหลานั้นมีนมผง เสื้อผ้า ยา เต็นท์ ฯลฯ นักแสดงหนุ่มใหญ่แต่งตัวเหมือนอาศาสมัครอีกหลายคน คือ สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวของมูลนิธิหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปคนยิ้มกว้างและจมูกเป็นเลขหนึ่งอารบิก เขาทำงานเพื่อจุดประสงค์เดียวกับทุกคนที่นี่ คือมุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเป็นหลัก โดยไม่ได้ถือตัวว่าเป็นดาราหนังซึ่งจะต้องได้รับการเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ



ชายผู้เปลี่ยนไป

ตั้งแต่เกิดเหตุสึนามิไปถึงแผ่นดินไหวที่เสฉวน เจ็ต ลี เปลี่ยนแปลงตัวเองไปอย่างมาก เขาอุทิศเวลาส่วนใหญ่กับการช่วยเหลือเหยื่อที่ประสบภัยพิบัติและคนยากไร้ แทนที่จะบริจาคเงินแล้วจบไป เขาตัดสินใจก่อตั้งองค์กรเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม พร้อมกับระดมพลังของประชาชนทั่วโลกให้ช่วยกันทำงานนี้ให้สำเร็จ

หลังเหตุการณ์เฉียดตายที่หมู่เกาะมัลดีฟส์ เจ็ต ลี กลับไปบ้านที่ฮ่องกงและเริ่มลงมือทำตามปณิธาน เขาบอกภรรยาว่า

“ผมต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างเดี๋ยวนี้” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของมูลนิธิหนึ่ง

วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๔๘ เจ็ต ลี ประกาศบริจาคเงิน ๕๐๐,๐๐๐ หยวน หรือราว ๒,๕๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อช่วยเหลือเหยื่อสึนามิและอีก ๕๐๐,๐๐๐ หยวน เป็นทุนก่อตั้งมูลนิธิแต่กว่ามูลนิธิหนึ่ง (One Foundation) จะสำเร็จเป็นรูปร่างใช้เวลากว่าสองปี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาทุ่มเทให้แก่การแสดงภาพยนตร์ตามที่เซ็นสัญญาไว้ อีกเหตุผลหนึ่งคือเจ็ต ลี สารภาพว่าไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน

ช่วงว่างจากการแสดง เขา ไปคุยกับนักวิชาการทั่วโลกและดูงานตามองค์กรการกุศลทั้งหลาย เช่น มูลนิธิร็อกกี เฟลเลอร์ เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานและการจัดการขององค์กรเอกชนที่ไม่หวังผลกำไรที่ ประสบความสำเร็จทั้งหลาย

“งานด้านนี้เปรียบเสมือนโลกใหม่สำหรับผม ชั่วชีวิตผมรู้จักแต่โลกภาพยนตร์ แต่จู่ๆ ต้องก้าวมาศึกษาโลกการทำงานขององค์กรการกุศล แน่นอนว่าผมต้องใช้เวลาพอสมควร สิ่งที่ผมเรียนรู้คือการดำเนินงานต้องโปร่งใส” นั่นคือหากจะบริจาคสนับสนุนองค์กรการกุศลสักแห่ง เราย่อมต้องการความมั่นใจว่าเงินที่ออกจากกระเป๋าจะไปถึงมือผู้ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

ในที่สุด เขาเปิดตัว “มูลนิธิหนึ่ง” ของเจ๊ต ลี ในสังกัดสภากาชาดในประเทศจีน แต่การสังกัดอยู่ภายใต้องค์กรนี้ทำให้มูลนิธิของเจ็ต ลี มีสิทธิ์จัดกิจกรรมระดมทุนในประเทศจีน ทั้งยังให้มูลนิธิฯ เห็นภาพความเสียหายและผลกระทบของหายนะภัยต่างๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/49/2049/images/jetlee.jpg


ครั้งละหนึ่งหยวน

แนวคิดในการดำเนินงานมูลนิธิหนึ่งของเจ็ต ลีนั้นง่าย จนไม่น่าเชื่อ สรุป คือ “เงินเล็กคิดการใหญ่” เขาเริ่มจากประเทศจีน โดยตั้งใจจะกระตุ้นให้ประชาชนบริจาคคนละหนึ่งหยวนหรือราวห้าบาทต่อเดือนเขาเปรียบเทียบว่าเหมือนคนในครอบครัวใหญ่ที่คอยเกื้อกูลกัน

“เรามักเห็นหลายคนเฝ้าหวังว่า จะมีคนนำเงินมาหย่อนใส่กระเป๋าให้” เจ็ต ลี กล่าว คนเหล่านี้มักโทษรัฐบาล หรือเรียกร้องบริษัทใหญ่ที่มีกำไรมากให้บริจาคเพื่อสังคมมากกว่านี้

“ผมเชื่อว่าการช่วยเหลือในสังคมควรเริ่มจากแต่ละคนเพราะการให้เป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว แต่ถ้าคนบริจาคแค่หนึ่งหยวนต่อเดือน ยอดเงินที่ได้ต้องมากมายนับพันๆล้านเหรียญ”

มูลนิธิของเจ็ต ลี ร่วมกับภาคของเอกชนเพื่อทำให้แนวคิดนี้กลายเป็นจริง เช่น แจ็ก หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน ยินดีให้มูลนิธิหนึ่งใช้ระบบจ่ายเงินออนไลน์ของบริษัทเขาโดยไม่คิดมูลค่า ถือเป็นการสนับสนุนที่มีค่ายิ่ง เพราะเท่ากับเงินบริจาคจำนวนเล็กน้อยจะไม่ถูกดำเนินการกลืนหายไปจนหมด

เจ็ต ลี กับ ทีมงานยังคงพยายามขอความร่วมมือจากบริษัทรับจ่ายเงินออนไลน์นอกประเทศจีนให้ สนับสนุนมูลนิธิของเขาแบบเดียวกับมหาเศรษฐีหม่า เพื่อให้แนวคิดเรื่องเงินบริจาคหนึ่งหยวนแพร่หลายไปทั่วโลก

ในช่วงเวลา ๑๘ เดือนเศษ มูลนิธิหนึ่งสามารถระดมเงินบริจาคได้ประมาณ ๕๖๐ ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องหนึ่งหยวน ของเจ็ต ลี นั้นมีพลังหมาศาล มูลนิธิ หนึ่งช่วยบรรเทาสาธารณภัยไปแล้วหลายครั้ง รวมทั้งเหตุแผ่นดินไหวในมณฑลยูนานและพายุหิมะถล่มภาคใต้ของจีนจนเป็นอัมพาต ไปหลายเดือนเมื่อต้นปี ๒๕๕๑

นอกจากนี้ มูลนิธิหนึ่งยังมีโครงการระยะยาวอีกหลายอย่าง เช่น “โครงการฟ้าใสในใจคุณ” ซึ่ง มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตและศูนย์ให้คำปรึกษาใน โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศจีนตลอดจนการจัดสัมมนาและฝึกอบรมในมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ

ต้องรวดเร็วฉับไว

มูลนิธิหนึ่งยังเป็นพันธมิตรกับธุรกิจใหญ่ๆหลายแห่งเช่น สายการบินต่างๆ ทำให้สามารถนำความช่วยเหลือเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยได้รวดเร็วมาก

“ผมคิดว่า บ่อยครั้งที่เกิดเหตุร้าย มีคนตาย พอเราเห็นภาพเหล่านั้นจึงเกิดการจะดมเงินบริจาค แต่ว่าเงินไปไม่ถึงผู้ประสบภัย ก็เสียเวลาอย่างน้อยสองหรือสามวัน บางครั้ง เราไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่าเงินบริจาคจะถึงมือผู้ประสบภัยหรือปล่าว” เจ็ต ลี กล่าว

ความต้องการของเจ็ต ลี ที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว สะท้อนภาพได้ชัดเจนที่สุดหลังเหตุแผ่นดินไหวในแสฉวน ทันทีที่ทราบว่าเกิดภัยพิบัติเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เขารู้ว่าต้องรีบดำเนินการโดยด่วน มูลนิธิหนึ่งเปิดรับบริจาคทันที ภายในเจ็ดวัน ยอดบริจาคสูงถึง ๒๕๗ ล้านบาท เงินจำนวนนี้นำไปใช้บรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าในหลายเมืองรวมทั้งเมืองอิงฮวา และการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนต่างๆ ด้วย

นอกจากนี้มูลนิธิหนึ่ง ยังร่วมกับพันธมิตรอีกหลายหน่วยงานในการจัดตั้งทีมงานเล็กๆ ขึ้นในเมืองเฉิงตู เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม เพื่อสำรวจความต้องการของผู้ประสบภัยโดยตรง อีกสองวันต่อมา เจ็ต ลี ควบคุมการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปถึงจุดภัยพิบัติด้วยตัวเอง และเพื่อรับประกันว่า กระบวนการช่วยเหลือทั้งหมดดำเนินการด้วยความโปร่งใส ดีลอยต์ บริษัทบัญชีระดับนานาชาติจึงจัดตั้งทีมงานตรวจสอบบัญชีขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านเซ็นชื่อรับรองในเอกสารว่าได้รับของบรรเทาทุกข์ไว้จริง

“เราเร็วกว่ารัฐบาลในแง่การกระตุ้นให้ประชาชนบริจาคและนำความช่วยเหลือไปให้” เจ็ต ลีกล่าว “และเนื่องจากเราร่วมมือกับกาชาดเป็นอย่างดี เราจึงได้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว”

หวาง ซื่อตง แห่งสภากาชาดจีนชื่นชมการทำงานที่รวดเร็วและความคล่องตัวของมูลนิธิหนึ่งหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนั้น

“เจ็ต ลี และทีมอาศาสมัครไม่ยอมเสียเวลาและรีบเข้าไปช่วยมอบสิ่งบรรเทาทุกข์ในเขตที่ประสบภัยหนัก” เธอกล่าว

“นอกจากนี้ มูลนิธิหนึ่ง ยังบริจาคเงินสองล้านหยวนให้แก่สภากาชาดจีนเพื่อสร้างโรงเรียนและที่ทำการสาธารณสุขในเขตประสบภัย”


http://www.whitemedia.org/wma/images/stories/teamwork/white/content/jetli.jpg


เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของหลี่เหลียนเจี๋ย http://www.jetli.com/


รายงานโดย :ว.วชิรเมธี
วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น